089-202-5459 • aimsgkth@gmail.com


เคล็ดลับความสำเร็จ

 

 

เคล็ด (ไม่) ลับ ที่นำไปสู่ความสำเร็จในชีวิต 

ใครๆ ก็อยากประสบความสำเร็จในชีวิต ทั้งในด้านการเรียน และ ด้านหน้าที่การงาน

ปัจจุบัน เราจะเห็นตัวอย่างความสำเร็จของคนรุ่นใหม่หลายต่อหลายคน แน่นอน ว่าภาพแห่งความสำเร็จนั้นดูสวยหรู แต่ก่อนที่พวกเขาเหล่านั้นจะประสบความสำเร็จ ต้องผ่านอุปสรรคต่างๆ มากมายที่ซ่อนอยู่ข้างใต้ภาพพจน์ของความสำเร็จ

 วันนี้ เราจะมาลองดูคำศัพท์ที่เป็นรากฐานแห่งความสำเร็จกันนะคะ

 

              ◾Persistence: ความมุ่งมั่น ไม่ลดละในความพยายาม เมื่อลงมือทำแล้ว ก็ตั้งใจทำโดยไม่ย่อท้อ

              ◾Failure: ความผิดพลาด คนที่ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่ว่า ไม่เคยล้มเหลวมาก่อน แต่พวกเขาใช้ความผิดพลาดเป็นบทเรียนสอนใจ

             ◾Sacrifice: การเสียสละ ทั้งแรงกาย แรงใจ และเวลา

             ◾Disappointment: ความผิดหวัง เช่นเดียวกับความล้มเหลว คนที่ประสบความสำเร็จไม่ใช่ว่า ไม่เคยผิดหวัง แต่ความผิดหวังไม่ได้  บั่นทอนจิตใจพวกเขาง่ายๆ

             ◾Good Habit: อุปนิสัยที่ดี อาทิ เช่น ตรงต่อเวลา ทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ มีวินัยทางการเงิน ฯลฯ

             ◾Hard Work: ขยันหมั่นเพียร คนที่ประสบความสำเร็จ ส่วนใหญ่เวลาทำงาน ก็จะทำอย่างจริงจัง ไม่เกียจคร้าน

             ◾Dedication: การอุทิศตน คนที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่ พร้อมที่จะทุ่มเท และ อุทิศเวลาให้ความฝัน หรือ งานที่เขาเชื่อมั่นและให้คุณค่า

 

 

โลกป่วน Disrupted World : มังกรผู้พลิกโลก "Jack Ma" (1 พ.ค. 61) 

 

 

 

        “วิสัยทัศน์ ความเป็นผู้นำ ชัดเจน เข้าถึงได้” คือลักษณะสถานะที่เรามักเห็นได้ทั่วไปซ้ำแล้วซ้ำเล่าในบรรดาผู้นำไอคอนแห่งวงการธุรกิจ จนกลายเป็นพื้นฐานที่สำคัญที่จะสามารถพัฒนาขึ้นมาเป็นทักษะได้และพบความสำเร็จ

Entrepreneur เว็บไซต์ด้านธุรกิจชั้นนำยังได้ออกมาวิเคราะห์ผู้นำคาแรคเตอร์ 6 แบบที่ปรากฎในนักธุรกิจผู้นำระดับโลกความสำเร็จเพื่อให้คุณได้นำไปปรับใช้ในอนาคตอย่างน่าสนใจ ประกอบไปด้วย นักสร้างวิสัยทัศน์ นักพัฒนาคน นักสร้างสัมพันธ์ นักประชาธิปไตย นักแข่ง และนักสั่งการ

         ผู้นำนักสร้างวิสัยทัศน์ (Visionary Leaders)

ผู้นำวิสัยทัศน์เป็นสิ่งที่จำเป็นมากยิ่งสถานการณ์ที่องค์กรมีความต้องการทิศทางที่ชัดเจน และเป้าหมาย เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้เป็นที่ยอมรับประสบความสำเร็จ หากยังนึกภาพไม่ออกเราจึงอยากยกตัวอย่างวิสัยทัศน์เจ้าของอาณาจักรไมโครซอฟเมื่อปี 1980  อย่าง บิล เกตส์ ที่กล่าวไว้ว่า “คอมพิวเตอร์จะตั้งอยู่ทุกโต๊ะ และทุกบ้าน” จนผ่านมา 37 ปี บิล เกตส์ ได้กลายเป็นหนึ่งในมหาเศรษฐีระดับ Top 3 ของโลก จากการทำสิ่งที่เขาได้กล่าวเอาไว้

        ผู้นำนักพัฒนาศักยภาพ (Coaching Leaders)

องค์กรไม่ควรตั้งอยู่ที่ใครคนใดคนหนึ่ง เพราะหากไม่มีคนทำงานแล้วระบบหรือการทำงานทั้งหมดจะพังลง กรณีแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้นเด็ดขาด ผู้นำที่ดีจะมีทักษะในการพัฒนาคนด้วย เพื่อหาตัวตายตัวแทนในตำแหน่งสำคัญได้เสมอ อย่างเช่นใน Google ที่ตอนนี้ CEO คือ Sundar Pichai ผู้ที่พัฒนาโปรเจค Google Chrome ไม่ใช่ CEO 3 ผู้ก่อตั้งอีกต่อไปแล้ว

        ผู้นำนักสร้างสัมพันธ์ (Affiliative Leaders)

การทำงานเป็นทีมเป็นสิ่งสำคัญ หากผู้นำสามารถสร้างบรรยากาศความสัมพันธ์ระหว่างทีมได้จะส่งผลดีต่อการทำงานในอนาคต อีกทั้งช่องว่างระหว่างลูกน้อง-หัวหน้า-เพื่อนร่วมงานก็จะแคบลง เมื่อทีมเป็นอันหนึ่งเดียวกันความขัดแย้งระหว่างการทำงานย่อมจะไม่มี

        ผู้นำนักประชาธิปไตย (Democratic Leaders)

ผู้นำแบบนี้จะสามารถดึงความรู้ทักษะและศักยภาพของลูกทีมให้เกิดประโยชน์และออกมาใช้ได้สูงที่สุด อีกทั้งยังเป็นการการสร้างความรู้สึกการมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของงานเพราะสำเร็จได้ด้วยไอเดียที่ระดมออกมาจากทีมร่วมกัน ไม่ได้มาจากใครคนใดคนหนึ่ง แต่ต้องระมัดระวัง เนื่องจากบางสถานการณ์ที่ต้องการความเร็วในการตัดสินใจ หรือเมื่องานเกิดวิกฤติการระดมความคิดแบบนี้จะได้ช้ากว่าเมื่อผู้นำมีความเผด็จการ

        ผู้นำนักแข่ง (Pace-setting Leaders)

พื้นฐานนักแข่งเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อพาเป้าหมายของการทำงานให้ขับเคลื่อนไปได้ โดยเฉพาะในตัวผู้นำขององค์กรที่ต้องการเติบโตแบบก้าวกระโดด มีเวลาจำกัดในการแข่งขัน อันนำมาซึ่งผลสำเร็จบนความท้าทาย แต่ก็ต้องระวังบรรยากาศในทีมเวลาทำงาน เนื่องจากทีมที่มีความแข่งขันรุนแรงอาจได้ผลงานออกมาดีที่สุดแต่ความรุนแรงนั้นอาจส่งผลไม่ดีต่อความสัมพันธ์ภายในทีมได้

        ผู้นำผู้บัญชาการ (Commanding Leaders)

ในหลายองค์กรมักมีผู้นำแบบนี้ ซึ่งมีความเด็ดขาดจนหลายครั้งที่นักจิตวิทยามักเรียกการมีคาแรคเตอร์แบบนี้ว่าเป็นการจัดการรูปแบบทหารที่เด็ดเดี่ยว ซึ่งเหมาะกับบสถานการณ์คับขัน ต้องการการตัดสินใจที่รวดเร็ว ชัดเจน และเบ็ดเสร็จ สิ่งที่ต้องระมัดระวังก็คือ หากเหตุผลการตัดสินใจไม่มีน้ำหนักจริงจะเกิดกระแสต้านจนนำไปสู่ความขัดแย้งในที่สุด

 

ข้อมูลจาก : Bangkok Bank SME https://www.bangkokbanksme.com/article/17276

 

 

 

12 แนวคิดเพื่อชีวิตประสบความสำเร็จ

          ปัจจุบันชีวิตประจำวันของเรามักแทบจะ เรียกว่าเป็นธุรกิจไปหมดแล้ว ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม มักจะต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับธุรกิจเสมออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งหากจะเปรียบชีวิตของคนเราเสมือนธุรกิจประเภทหนึ่งก็คงจะไม่แปลกสัก เท่าไร และหากจะมีเคล็ดลับให้ธุรกิจ (ชีวิต) ประสบความสำเร็จ ก็คงจะดีไม่น้อย ซึ่งบทความต่อไปนี้ผมได้หยิบยกบางส่วนมาจาก " 30 หลักคิด สร้างธุรกิจ สำเร็จง่ายๆ สไตล์ แบลร์ ซิงเกอร์ " เพื่อมาเป็นแนวคิด วิธีการเรียนรู้ นำไปลงมือปฏิบัติเพื่อให้ได้มาซึ่งความสำเร็จของธุรกิจ (ชีวิต) ซึ่งคุณก็ทำได้ไม่ยาก และสามารถนำมาปรับใช้เป็นพื้นฐานกับชีวิตประจำวัน ชีวิตการทำงานได้อย่างดีทีเดียว

1) ถ้าคุณอยากประสบความสำเร็จในชีวิต สิ่งสำคัญคือ คุณต้องขายตัวเองให้ได้ก่อน

2) การขาย คือ ทุกสิ่งทุกอย่าง ทุกธุรกิจ ทุกลมหายใจ อยู่ที่คุณใช้ตา หรือใช้สมองเพื่อดูมัน

3) แม้ในเวลาที่คุณไม่ได้พูด คุณก็กำลังขาย ขายไอเดีย ขายข้อเสนอ ขายผลประโยชน์ร่วมกันทางธุรกิจ การขายเกิดขึ้น เมื่อคุณยื่นข้อเสนอแล้ว ฝ่ายตรงข้าม นิ่งไปชั่วครู่ก่อนตัดสินใจ ทำอะไรบางอย่าง เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง

4) การขายมี 2 ประเภท คือ 1.ขายให้คนอื่น 2.ขายให้ตัวเอง

5) ถ้าอยากรู้ว่าสินค้าหรือบริการคุณดีแค่ไหน ให้ถามตัวเองทุกครั้ง หลังจากคุณลงมือ ทุ่มเท สร้างมันจนเสร็จสมบูรณ์ว่า คุณหลงรักผลงานชิ้นนั้นมากแค่ไหน (น้อย ปานกลาง มาก มากที่สุด โคตรรักเอ็งเลย)

6) ผู้ที่จะประสบความสำเร็จ ส่วนใหญ่ล้วนมีทักษะการเป็นผู้นำ นำตัวเอง นำทีม นำธุรกิจ นำชัยชนะ

7) โลกแห่งความเป็นจริง ผู้ที่ประสบความสำเร็จ ชื่อเสียงโด่งดัง ล้วนมาจากการขาย คุณควรศึกษาวิธีคิด รองลงมาคือ วิธีทำ แล้วนำมาปรับใช้

8) สิ่งที่ทำให้คุณ ไม่ก้าวหน้าไปไหน และถอยหลังลงคลองทุกวัน คือ ความกังวล ลังเล สงสัย ไม่มั่นใจ ปอดแหกอ่อน และไม่ลงมือทำเนื่องจากเหตุผลร้อยแปดข้างต้น

9) วิธีสร้างความมั่นใจให้ตัวเอง คือ คุณต้องเอาชนะเสียงเล็ก ๆ ในหัวของคุณให้ได้ ถ้ามันบอกอย่าทำ จงทำ ถ้ามันบอก ทำไม่ได้หรอก อย่าทำเลยเสียเวลาเปล่า จงทำให้สำเร็จ และนั่นจะทำให้คุณเอาชนะเสียงเล็ก ๆ ในหัวคุณได้ในที่สุด

10) รอให้พร้อมก็สายเสียแล้ว ไม่มีใครสนใจคุณหรอก ในวันที่คุณเป็นแค่พนักงานกระจอก ๆ เป็นเจ้าของธุรกิจที่เพิ่งหัดเดิน ผู้คนจะสนใจคุณก็ต่อเมื่อ คุณกลายเป็นนักขายที่ยิ่งใหญ่ หรือเป็นเจ้าของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จแล้วเท่านั้น

11) ระหว่างสำเร็จกับล้มเหลว คนส่วนใหญ่เลือกสำเร็จ แต่ในความเป็นจริง คุณต้องล้มเหลวก่อนเพื่อจะได้รับความสำเร็จในอนาคต

12) เบื้องหลังความสำเร็จในชีวิต คือ เมื่อคุณทำอะไรคุณต้องสนุกกับมัน เมื่อไหร่คุณหมดสนุก แปลว่า คุณกำลังเหนื่อย เบื่อ ท้อกับปัญหาที่เจอ ทางแก้คือ หาที่ปรึกษาดี ๆ เพื่อค้นหาความสนุกให้เจอ แล้วไปลุยกับมัน

 

ข้อมูล: http://www.wisdommaxcenter.com/detail.php?WP=oGE3ZxjloH9axUF5nrO4Ljo7o3Qo7o3Q